THAI CATWALK.COM

The Online Magazine

of Fashion Show

Head

 

LONG LIVE THE KING
สพรั่งสีสันและไอเดียผลิบานจากยังก์ดีไซเนอร์
ในโครงการประกวดนักออกแบบรุ่นใหม่ปี 2550
(THAILAND STUDENT FASHION PROJECT AWARD 2007)

 

          วงการแฟชั่นผลิบานด้วยเหล่ายังก์ดีไซเนอร์    เมื่อศูนย์การศึกษาพัฒนาแฟชั่นและอัญมณี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  (มศว.) ร่วมกับ บ.สรรพสินค้าเซ็นทรัล โดยเซ็นทรัล  วาย  คลับ (Central Y Club) ร่วมเปิดเวที แสดงผลงานของดีไซน์เนอร์ คลื่นลูกใหม ่ในงานโครงการ ประกวดนักออกแบบรุ่นใหม่ ปี 2550 (THAILAND STUDENT FASHION PROJECT AWARD 2007) ประชันผลงานการออกแบบ และแฟชั่นจากนักศึกษา 17 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปท์    Long Live the King เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงมีพระชนม์มายุครบ 80 พรรษาในปีนี้  ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  การประกวดแบ่งออกเป็น  3 ประเภท  คือ
1. ประเภทเครื่องนุ่งห่ม (Dress Fashion)  
2.  ประเภทเครื่องตกแต่ง (Decorative Accessory)
3. ประเภทเครื่องประดับ (Jewelry Design)
โดยปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่ร่วมสานฝันของ ดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่ให้เป็นจริง ได้แก่ บริษัท เบรนเอเซีย จำกัด, นิตยสาร HARPER’S BAZAAR, เครื่องสำอางบีเอสซี (BSC), สถาบันเกตุวดี – แกนดินี, โรงแรมโซฟิเทล สีลม,ลี (LEE), และโค้ก (COKE)
ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร  ศรีสอ้าน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวว่า “งานโครงการประกวด นักออกแบบรุ่นใหม่ ปี 2550 นับเป็นกิจกรรมส่งเสริม ความคิดสร้างสรรค์ของ ศูนย์การศึกษาพัฒนาแฟชั่น และอัญมณี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ที่ได้ริเริ่มจัดโครงการนี้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่  3 เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ได้กล้าคิด  กล้าทำ  แสดงผลงานให้เป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้แสดงความสามารถ และโชว์ผลงานความคิดสร้างสรรค์ แฟชั่น และผลิตภัณฑ์,  พัฒนาศักยภาพ ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้ทัดเทียม ระดับสากล แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ของเหล่าต้นกล้าแฟชั่น และสร้างสานพันธมิตรแฟชั่น เน็ตเวิร์คที่เข้มแข็งระหว่าง 17 สถาบันระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ”

ศาสตราจารย์วิรุณ    ตั้งเจริญ   อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) กล่าวว่า ”สำหรับโครงการประกวด นักออกแบบรุ่นใหม่ ปี 2550 (THAILAND STUDENT FASHION PROJECT AWARD 2007) ในปีนี้มีผลงานของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา 17 สถาบันทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปท์    Long Live the King เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงมี   พระชนม์มายุครบ 80 พรรษา โดยน้อมนำพระราชกรณียกิจ และแนวคิดคำสอน ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงพระราชทานแก่พสกนิกร  เป็นแรงบันดาลใจ และมาประยุกต์ให้เข้ากับ การออกแบบแฟชั่น และเครื่องประดับ ในยุคเศรษฐกิจพอเพียง   ตลอดระยะเวลา  5  เดือนของการดำเนินงาน ประกวดนักออกแบบรุ่นใหม่ปี  2550 คณะทำงานโดยศูนย์ การศึกษาพัฒนาแฟชั่น และอัญมณี  มหาวิทยาลัย            ศรีนครินทรวิโรฒ และทีมงานตลอดจนผู้สนับสนุน  ได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเริ่มจากงานแถลงข่าวสื่อมวลชน เปิดตัวโครงการ, การจัดเวิร์คช็อป แก่สถาบันอุดมศึกษา, การปฐมนิเทศให้ความรู้ แก่นักศึกษายังก์ดีไซเนอร์ และประสานงานกับยังก์ดีไซเนอร์ ของสถาบันต่าง ๆ ในการออกแบบ และคำแนะนำในการผลิต  จนมาเป็นผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ ของนักศึกษาวิชาด้านการออกแบบ แฟชั่นเสื้อผ้า, เครื่องตกแต่ง และเครื่องประดับ  สู่สายตาประชาชนและสื่อมวลชนในวันนี้” 

 


ประเภทเครื่องนุ่งห่ม (
Dress Fashion) มี 14 ผลงานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ผลงานที่ 1 กังหันน้ำชัยพัฒนา โดยนายโชดิวัต เอี่ยมทิม, นายสราวุฒิ นุ่นสังข์ และนายภูริลาภ ศิริเอก  จากมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ  แรงบันดาลใจจาก กังหันน้ำชัยพัฒนา หนึ่งในโครงการพระราชดำริ ของในหลวงเพราะประทับใจ ในรูปทรงของใบพัดกังหัน ที่หมุนเวียนออกมาจากจุดศูนย์กลาง  เสมือนพลังที่ไม่เคยย่อท้อ และเหนื่อยล้าดังเช่น พระกรณียกิจของในหลวง ที่ทรงทุ่มเทเพื่อ     พสกนิกรชาวไทย อย่างมิเคยย่อท้อ ตราบจนทุกวันนี้  ชุดของชาย และหญิงในโทนสีเมทัลลิค ชุดผู้ชายเป็นแจ็คเก็ต และกางเกงใช้ผ้าสแปนเด๊กซ์ สวมใส่สบาย  ชุดเสื้อกระโปรงผู้หญิง อัดพลีทเพิ่มลูกเล่นชายกระโปรง ตัดเฉียงเพิ่มความเก๋สไตล์กระโปรงพัน เห็นลูกไม้ด้านใน

   


ผลงานที่  2  ใต้ร่มพระบารมี
   โดยน.ส.พรภัทร  นาสมนึก,  นายอภิชาติ    มั่นไทรทอ และน.ส.ศิรินภา           บวรวราภรณ์  จากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ (บางเขน)  แรงบันดาลใจมาจากผืนแผ่นดินไทย ที่ประกอบด้วยพสกนิกร ต่างเชื้อชาติ  ต่างศาสนา  หากแต่มีศูนย์รวมจิตใจเดียวกัน นั่นคือพ่อหลวง  แม้ชนกลุ่มน้อย ที่อพยพมาพึ่งพระบารมี ก็เป็นสุขเสมือนหนึ่งพสกนิกรอื่น ๆ ของพระองค์ท่าน  ชุดผู้หญิงใช้ผ้าทอพื้นเมือง ตกแต่งอกด้วย เครื่องเงินใช้การพับ และเหน็บผ้าเป็นริ้ว  ใช้ห่วงเงินต่างขนาดคล้องเป็นสายบ่า     กลุ่มด้ายเป็นพู่ห้อยประดับด้วยโลหะสีเงิน  ชุดผู้ชายตกแต่งลายพื้นเมือง ด้วยการตัดต่อ และเขียนสีกระเป๋ากางเกง ลักษณะพองเป็นลวดลาย พื้นเมืองชนกลุ่มน้อย

   


ผลงานที่ 3  คอนเซ็นเทรต  (Concentrate)
โดยนายสัญญะลักษณ์     มีสวัสดิ์, นายพงษ์สันติ์    สุขสบาย และ น.ส.อรสา  คำมูลเมือง  จาก มหาวิทยาลัย ราชมงคลล้านนา วิทยาเขตพายัพ  ภายใต้แรงบันดาลใจ จากความซาบซึ้ง ในพระราชกรณียกิจที่มี มากมายกว่า 2,400 โครงการ  และบทประพันธ์เรื่อง “พระมหาชนก”  ที่สื่อความคิดที่ว่า การกระทำสิ่งใด  หากมีความมุ่งมั่น และลงมือทำอย่างจริงจัง แล้วก็จะเกิดความสำเร็จได้   ชุดชาย และหญิงในโทนสีขาวครีม วัสดุใช้ผ้าฝ้าย   ชุดเสื้อผู้ชาย 3 ชิ้นสไตล์สปอร์ตลำลอง     ตัวในคอตั้ง  แจ็คเก๊ตตัวนอก ตกแต่งด้วยแพทเทิร์น หน้าอกเดินเส้น  กางเกงตีเกล็ดหน้า และทับ ซ้อนชายเสื้อใช้การ ตีเกล็ดปลายแขน  ใช้เทคนิคการเดินเส้นด้าย และกุ๊นขอบ   ส่วนชุดผู้หญิงมี 3 ชิ้น ตัวใน และตัวนอกอัดพลีทแต่งลายลูกไม้  กางเกงพันป้ายผูกด้วยเชือกไส้ไก่ 

  


ผลงานที่ 4  ภักดิ์ภูมินทร์
 โดยนายพงษณกรณ์  สำนักวิชา, นายทัศน์วศิน    ขจีนิกร  และ น.ส.นัธยา  แสงมณี  จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คอนเซ็ปท์คือ แรงบันดาลใจ จากบทเพลงสรรเสริญ     พระบารมีที่แผ่ไพศาลทั่วไทย.. .แซ่ซ้องความจงรักภักดี ในหัวใจของคนไทย ทั้งประเทศที่มีต่อในหลวง ผ่านการผสมผสาน ระหว่างศิลปวัฒนธรรม ของแต่ละภาคที่มีเสน่ห์ แตกต่างกันออกไป ชุดเสื้อกระโปรงมีแนวคัตติ้ง ผ้าเครปซาตินสีทอง ปักด้วยเลื่อม ทองประดับผ้าโพกหัวสีน้ำเงิน ชุดผู้ชาย 3 ชิ้นตัวในเสื้อผ้าผิวเปลือกไม้เป็น คาร์ดิแกนแต่งคอด้วยระบายยาว สวมทับด้วยสูทน้ำเงิน และกางเกงทรงเป้าต่ำผ้าไหมสีน้ำเงิน

   


ผลงานที่ 5 ดิอินไซด์  (THE INSIDE)
 โดยนายนิติสรณ์  สายัณหวิกสิต,น.ส.ปาณิศา สร้อยสนธิ์ และน.ส.วัสณี  เอี่ยมวชิรากุล  จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ต้องการนำเสนอ ถึงสิ่งที่อยู่ภายในตัวตนของเรา ไม่ว่าจะเป็นความดี หรือความเลว   ตามพระบรมราโชวาท ของในหลวงที่ให้เราตระหนักถึง และเข้าใจในชีวิตของตนเอง แม้สภาพสังคมจะเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว  แต่เราก็สามารถยืนหยัด สร้างสิ่งดีให้อยู่กับตัวเราได้   ชุดชาย และหญิงออกแบบตัดเย็บด้วย ผ้าลินินและคอตตอน เทคนิคการย้อมสี และจับเดรปเสื้อผ้าย่น แขนสามส่วนสวมทับ กับเสื้อผ้าไหม และกระโปรงอันหมายถึง สิ่งที่ดีที่คงอยู่ในตัวเรา  และรายละเอียด ที่ซ่อนไว้ในรูปแบบชุดทำงาน ที่ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ ให้ใส่ได้ในหลายโอกาส

   


ผลงานที่ 6 ใบหญ้าแฝก (BAI-YAH-FAG)
 โดยน.ส.อมรรัตน์ นิยมราษฎร์, นายชวลิต   แซ่ฉั่ว และนายณรงค์เดช   ทิพย์พิมานพร  จากมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  แรงบันดาลใจ มาจากผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรม ใบหญ้าแฝก ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ของในหลวง  และโครงการพระราชดำริ ในโครงการดอยตุง จ. เชียงราย  ที่ส่งเสริมให้ชาวเขา ในพื้นที่ได้ร่วมโครงการ ปลูกหญ้าแฝกตามไหล่เขา   สร้างสรรค์งาน หัตถกรรมธรรมชาติ ผลงานชุดนี้   ชุดผู้ชาย และหญิงใช้ผ้าใยธรรมชาติที่ทอจาก ผ้าฝ้าย  ป่านและอื่น ๆ  ชุดผู้หญิงใช้เทคนิคการสาน, ขดและพับตกแต่งด้วย เศษผ้าเศษด้าย  สีสันของชุดที่มีสีแดง, ส้ม, ส้มอ่อน, แดงเลือดนก, น้ำตาลอ่อน, น้ำตาลเข้ม กางเกงตกแต่งด้วย ผ้าสานไขว้เพิ่มสีสัน

   


ผลงานที่ 7 น๊อตธิง ทู เอ็กเซส (Nothing to Excess)   
โดยนายกิตติพงศ์   ศิริเฑียรทอง, น.ส.ชญามน  นุตยะสกุล  และ น.ส.วีรินทร์  สุขุมาลวรรณ์  จากมหาวิทยาลัยรังสิต แรงบันดาลใจ จากหลักการเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงอันเป็นปรัชญา ของการดำเนินชีวิต เป็นวิถีของการดำรงตน อย่างสมดุล  ไม่มากเกินไป และมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน อยู่ได้จริงเสื้อผ้าสตรีทแวร์ (Street Wear) เน้นประโยชน์ใช้สอยแบบ Utility Fashionable Outfit ที่ตอบสนองความต้องการ และความสะดวกใน ชีวิตประจำวันนั้น ๆ ชุดชายเป็นแบบเสื้อ กับกางเกงขายาว ผู้หญิงเป็นกางเกงขาสั้น ใช้วัสดุประเภทคลิก ที่กดปลดล็อค และซิปเป็นลูกเล่น ตอบโจทย์คุณสมบัต ิประโยชน์ใช้สอยหลัก ของชุดนี้เพื่อประกอบ หรือถอดได้ในโทนสีน้ำตาล  ขาวและน้ำเงิน

   


ผลงานที่ 8 ธอท (THOUGHT)
 โดยนายอรรถสิทธิ์ จันทร์นิเวศน์, น.ส.ณมัญญา  กองเงิน  และน.ส.พลอยมณี  ศุภเวทย์เวหน  จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  แนวคิดมาจาก โครงการแก้มลิง อันเป็นโครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ   มาสร้างสรรค์ และถ่ายทอดออกมาเป็นเสื้อผ้า Ready to  Wear สื่อผ่านวัสดุท้องถิ่น ผสมผสาน กับวัสดุร่วมสมัย ใช้เทคนิคการถักนิต (Knit) ให้ออกมาเป็นชุดที่ตัดทอน ความเป็นทางการ เพื่อให้ดูทันสมัย และสวมใส่ได้จริง ชุดผู้หญิงตัวในเข้ารูป  คอตั้งแขนขลิบทอง สวมทับด้วยชุดเดรสผ้า ถักนิตสีน้ำเงิน   เสื้อผู้ชายผ้าถักนิตสีน้ำเงินเมทัลลิค  สวมทับเสื้อตัวใน  สีครีมขลิบทอง และกางเกงสีดำที่คล่องแคล่ว แต่ให้ความรู้สึกหรูหรา

   


ผลงานที่ 9   หุ่นไล่กา 
โดยนายสุภัสสร  เทียมศักดิ์, น.ส.ชฎามินทร์    นวะสิมมา และ น.ส.อังคณา    ศรีแดน  จากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  แนวคิดแรงบันดาลใจ มาจากหุ่นไล่กา ที่คงอยู่คู่ กับเกษตรกรไทยมาช้านาน   เป็นตัวอย่างของการใช้หลักการ บวกภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งสอดคล้อง กับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง เพียงแต่ต่างยุค ต่างสมัยกัน ในการพึ่งพาธรรมชาติ และตนเอง  จุดเด่นของชุดนี้ อยู่ที่ความประทับใจ ที่จดจำได้จากการเห็นคุณแม่ นำเสื้อผ้าเก่ามาซ่อมแซม ด้วยหลากหลายรูปแบบ  เช่น  ตัดต่อ, ปะ, ชุนและอีกมากมาย  นำมาซึ่งเทคนิคผสมผสาน การอัดพลีทด้วยวัสดุผ้าคอตตอน, ผ้าฝ้ายและผ้าป่านมัสลิน  ทั้งเสื้อกางเกงชาย และเสื้อสักหลาดสีแดง กับกระโปรงผู้หญิงบานพลิ้ว มีไอเดียลูกเล่นของวัสดุต่าง ๆ เสริมความเก๋ไก๋ยิ่งขึ้น

   


ผลงานที่ 10 อิเทอร์นัล  ซันไซน์ (Eternal Sunshine)
  โดยน.ส.ดาลิตา  เกตุศักดิ์, นายศุภกิตติ์ เหลืองศิริรังษี  และนายวีรเดช  ช้างมิ่ง  จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  แรงบันดาลใจ จากพระราชเสาวนีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ต่อองค์ในหลวง... ”พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ  ฉันจะเป็นป่า  ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ”  แสดงออกถึง ความห่วงใยต่อกันและกัน และยังส่งเผื่อแผ่ถึงพสกนิกร ผนวกกับได้นำโครงการ ที่เกี่ยวกับป่ากับน้ำ คือ โครงการปลูกหญ้าแฝก, ฝนหลวง ตลอดจนพระราชนิพนธ์ เรื่องพระมหาชนก ชุดทั้งสองนำแนวคิดมาใช้ในการออกแบบเป็นเกลียว คลื่นสายน้ำในลายผืนผ้า  ชุดเสื้อและกางเกงสำหรับชาย   ชุดเดรสผู้หญิง อัดพลีทตัดเฉียงชายกระโปรง เป็นลูกเล่นเก๋ไก๋ในโทนสีขาว, น้ำเงินและเขียว

   


ผลงานที่ 11  บาวด์  (BOUND
)   โดยนายปรเมศวร์   พงศ์ลาภประเสริฐ   และน.ส.ญาณิกา ศรีจันพร  จากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี  แรงบันดาลใจ จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ  พระเจ้าอยู่หัว ฯ  “เรื่องความรัก และความสามัคคีของคนในชาติไทย” แม้คนไทยจะมีความแตกต่าง หลากหลายของเชื้อชาติ  ศาสนา  วัฒนธรรม  แต่เราก็สามารถอยู่ร่วมอาศัย บนผืนแผ่นดินไทยได้ ชุดชาย และหญิงใช้ผ้าชีฟอง มามัดเกลียวให้เป็นเชือก   กระโปรงตัวใน เป็นผ้าฝ้ายทอมือผสมทองแดง กับผักตบชวา และกะลามะพร้าว เลื่อมสีน้ำตาลออกทองแดง กระโปรงตัวนอก เป็นผ้าไหมถักโครเชต์สีน้ำตาลทองแดง ผสมการทอกับวัสดุอื่นเช่นเดียว กับกระโปรงตัวใน

   


ผลงานที่ 12 ชัยพัฒนา
โดยนายรัฐศักดิ์    ยิ่งพุทธิรัตน์,  นายวรพจน์   เสถียรพงษ์ และนายชัยพร   นกจันทร์ จากมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร  วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ แรงบันดาลใจ จากสิ่งประดิษฐ์กังหันชัยพัฒนา  อันเป็นผลงานวิจัยระดับโลก ที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย รูปทรงของ ตัวกังหันนำมาสร้างสรรค์ แสดงออกถึงความเคลื่อนไหว  ชุดทั้งชาย และหญิงโทนสีน้ำตาล เหลือง - ขาวกระโปรง 9 ชิ้น ตัวกระโปรงติดซิป เปิดได้โดยข้างใน เป็นภาพหญ้าแฝก, โครงการหลวง, สะพานพระราม 8, ฝนหลวง เป็นต้น   ส่วนเครื่องแต่งกายชาย เป็นเสื้อคลุมแบบลำลอง สาปเสื้อด้านหลังติดซิปเปิดให้เห็นภาพต่าง ๆ

   


ผลงานที่  13  The King of People, People of the King  โดยนายอุดมเดช    เจริญธนพร,     น.ส.พรพรรษ์   ภู่กฤษณา   และน.ส.ภัทรียา   สุทธิวรางกุล    จากมหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร  วิทยาเขตโชติเวช   แรงบันดาลใจ มาจากงานเฉลิมฉลอง แด่ในหลวงที่ประชาชนพร้อมใจกัน สวมเสื้อเหลืองกันทั้งประเทศ ท่ามกลางแสงเทียนสว่างไสว  เสื้อผ้าที่ออกแบบเป็น ready to  wear ใช้เป็นผ้าคอตตอน และผ้ายืดในโทนสีทองทั้งชาย และหญิงผสมผสานความเป็นไทย กับสากลให้สวมใส่สบาย ผสมเทคนิคการจับจีบ และการตัดต่อผ้า  ชุดผู้หญิงสดใส ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจใช้วัสดุผ้าไทย และใช้โทนสีทองมาผสมผสานให้ทันสมัย ส่วนชุดผู้ชายนั้นเหมาะกับ คนบุคลิกเท่ห์  มีสไตล์

   


ผลงานที่ 14  Jigsaw of Love
โดยนายธฤต  พรเลิศอนุพงศ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   แนวคิดสื่อถึงความจงรักรักภักดี ที่ประชาชนชาวไทยมอบให้แด่ ในหลวงของคนไทย   ถึงแม้ว่าผืนผ้านั้นจะมีความแตกต่าง ในพื้นผิว และเส้นสาย แต่ด้วยพระบารมีของพระองค์ผู้ทรง เป็นที่ตั้งแห่งจิตใจของ  ประชาชนชาวไทย ในที่สุดก็สามารถประสานลงตัว ให้ประชาชนไทย เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน... ชุดผู้หญิงใช้ผืนผ้าแต่ละผืน ที่นำมาต่อกันอย่างลงตัว และยืดหยุ่นเป็นชุดกระโปรงบานสั้น พลิ้วอัดพลีท   ชุดผู้ชายใช้วัสดุ และเทคนิคเดียวกัน ที่ให้การเคลื่อนไหวทะมัดทะเเมง กระฉับกระเฉง   ดูสมาร์ทยามเคลื่อนไหว

   


รางวัล The Best Styling Award - มหาวิทยาลัยรังสิต

รางวัล The Best Coloring Award - มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

รางวัล Outstanding Presentation of the Year - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

รางวัล Project of the Year - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Fashion Show : Thailand Student Fashion Project Award 2007
Vanue : Event Hall, Central Chidlom
Date / Time : 9 August 2007 ,17.00


Comment at Webboard