| |
นีโอ ผู้นำตลาด WEDDING FAIR ใหญ่ที่สุดของไทยฉลองครบรอบ 15 ปี ชูกลยุทธ์จุดแตกต่าง จับมือพันธมิตรจัดยิ่งใหญ่เป็นปีละ 2 ครั้ง...
คาดตลาดปีนี้โต10 %
บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) ในเครือ เอ็น.ซี.ซี. กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดเอ็กซิบิชั่น และเป็นผู้ริเริ่ม จัดงานเวดดิ้งแฟร์ ครบวงจรรายแรก และใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ฉลองครบรอบ 15 ปี ประกาศความสำเร็จ ในการพัฒนาตลาด เวดดิ้งแฟร์ของไทย อยู่อันดับแถวหน้าของเอเชีย พร้อมกลยุทธ์รุกตลาดคนรุ่นใหม่ จัด Wedding Fair ปีละ 2 ครั้งในเดือนพฤษภาคม และสิงหาคม โดยจับมือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย และพันธมิตรต่างประเทศ แนะนำสินค้าใหม่ เข้าถึงกลุ่ม เป้าหมายโดยตรง กำหนดจัดงานครั้งแรก Wedding Fair 2008 งานธุรกิจมงคลสมรส แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2551 โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากกระทรวงอุตสาหกรรมและสถาบันพัฒนา อุตสาหกรรมสิ่งทอ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เตรียมรุกขยายฐาน ของตลาดผลิตภัณฑ์ และบริการด้านมงคลสมรส คาดว่าตลาดปี 2008 จะเติบโต 10% ชี้แนวโน้มคู่รักคนรุ่นใหม่ นิยมจัดงานวิวาห์ที่มีคอนเซปท์แปลกใหม่ โดยตนเองมีส่วนร่วม ในแนวคิดไอเดีย และรายละเอียดของงานวิวาห์ เพื่อสะท้อนรสนิยม และบ่งบอกวิถีชีวิต ความเป็นตัวของตัวเอง เน้นสีสันชีวิตชีวา เพิ่มความสนุกสนานมากขึ้น ในงานวิวาห์ ผลักดันให้เวดดิ้งสตูดิโอเติบโต โดยขยายบริการจากเวดดิ้งแพลนเนอร์ มาเป็นออกาไนเซอร์ด้วย คาดว่าเงินสะพัดในงานกว่า 70-80 ล้านบาท
คุณลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) ผู้จัดงาน Wedding Fair 2008 กล่าวว่า “ ภาพรวมตลาดนิทรรศการ และจัดประชุม ในประเทศไทยในปี 2550 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมทั้งประเทศ 58,000 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2551 จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 8- 10 % ในวาระครบรอบ 15 ปีนี้ ของ Wedding Fair ซึ่งนีโอได้เป็นผู้บุกเบิกริเริ่มเป็นจ้าวตำรับจัดงานWedding Fair รายแรกในประเทศไทย ต่อมาได้พัฒนารูปแบบงานจนได้รับความเชื่อถือจากประชาชนทั่วประเทศ มาตรฐานงาน Wedding Fair ของประเทศไทยถือได้ว่าอยู่ในแถวหน้าของเอเชีย ความสำเร็จในการ สร้างแบรนด์ Wedding Fair และพัฒนาตลาดมงคลสมรสตลอดระยะ 15 ปี คือ การมองออก ไปข้างหน้าถึงความต้องการและพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค หรือ คอนซูมเมอร์อินไซด์ ว่าผู้บริโภคต้องการอะไรในอนาคต ผสานแนวคิดสร้างสรรค์รูปแบบ บริการเวดดิ้งที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตที่ต้องการความรวดเร็ว และรสนิยมที่แตกต่าง ของคนรุ่นใหม่ได้ ตลอดจนการวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย งาน Wedding Fair ยังผนึกกำลังซินเนอร์ยี่ของ SME และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์อันดี ต่อสินค้าและบริการของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ เราได้สร้าง ความแตกต่างของแบรนด์จากงาน Wedding Fair อื่น ๆ ด้วยกิจกรรมอีเว้นท์ และกิจกรรม เพื่อสังคม หรือ CSR ( Corporate Social Responsibility ) การเน้นที่จะมอบความสุข สาระความรู้ในเรื่องการครองเรือนอย่างมีความสุข และการสร้างสาน ครอบครัวที่อบอุ่น ด้วยสายใยรัก ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมธุรกิจและบริการเกี่ยวกับงานวิวาห์ปีละกว่า 33,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นปีละประมาณ 10 %, จากการจัดงาน Wedding Fair ครั้งแรกในปี 2537 มีผู้เข้าร่วมแสดงในงานเพียง 99 บริษัท แต่ในปี 2008 นี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแสดงในงานมากกว่า 150 บริษัท จากในประเทศและต่างประเทศบนพื้นที่จัดงานกว่า 6,000 ตรม. ครอบคลุม 8 กลุ่มประเภทสินค้าทั้งกลุ่มโรงแรม ภัตตาคาร ห้องจัดเลี้ยง, ชุดเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ผ้าและเครื่องประดับ, เวดดิ้งสตูดิโอ, ของขวัญ ของชำร่วย การ์ดแต่งงาน, อัญมณี แหวนหมั้นเพชร, เฟอร์นิเจอร์, กลุ่มท่องเที่ยวฮันนีมูน และสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ดอกไม้ ซุ้มประดับตกแต่งภายในงาน ธนาคาร และสถาบันเสริมความงาม เป็นต้น
ในปีนี้เรายังได้จับมือลูกค้าที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าความบันเทิงในบ้าน ได้แก่ ซัมซุง ส่วนบัตรเคทีซีได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคู่รักที่มาเลือกซื้อสินค้าในงานนี้อย่างจุใจในงานนี้ จากสถิติผู้เข้าชมงานในปี2007ที่ผ่านมามีจำนวนสูงกว่า 20,000 คน มีเงินสะพัดมากกว่า 60-70 ล้านบาท ขณะที่ปี 2008 ตั้งจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า70-80 ล้านบาท
|