
Senada* Theory Autumn/Winter 07/08 Collection
Senada* Theory นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดประจำฤดูกาล Autumn/Winter 07/08 บนแนวความคิด Classic 80's ที่ให้กลิ่นอายของเทรนด์ แฟชั่นในยุคปี 80's ที่เด่นด้วยโครงเสื้อหลวมโคร่ง (Oversized silhouette) คอปกตั้ง แขนและไหล่ล้ำ บวกกับรายละเอียดที่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของยุคนั้น อย่างกระดุม และหัวเข็มขัดสีทอง ผสานกับแรงบันดาลใจ จากงานออกแบบของ Paul Poiret ผู้เปลี่ยนแปลงแฟชั่นในช่วงปี 1920-1930 โดยฉีกกฏการแต่งกาย จากเสื้อผ้ารัดรูป ให้เป็นโครงเสื้อที่หลวม สวมสบาย ทำให้คอลเลคชั่นนี้เป็นยุค 80's ที่ร่วมสมัย และคลาสสิคมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ทิ้งความเป็นผู้หญิงแสนหวาน ในสไตล์ Senada* Theory ไม่ว่าจะเป็น Layering ทั้งกับสี และระบายที่พลิ้วไหว พองบานบนตัวเสื้อ หรือรายละเอียดที่น่ารักอย่าง big bow ซึ่งเป็น signature detail อีกด้วย
คอลเลคชั่นนี้ เด่นชัดด้วยการเล่นรายละเอียด ที่ขัดแย้งกัน ในตัวระหว่างความพริ้วไหว ของการจับจีบ และระบายบนผ้าเนื้อแข็ง เพื่อให้โครงเสื้อดู feminine และคมเท่ใสเวลาเดียวกัน การสร้าง volume ให้พองช่วงสะโพก แต่เก็บปลายให้สอบเป็นทรงสุ่ม ที่ไม่พองบานตามสไตล์ของ Paul Poiret และการใช้าผ้าไหม Mud Silk ซึ่งมีทั้งผ้าไหมดิบ ผ้าไหมออร์แกน๋า ผ้าเครป เดอ ชีน ผ้าแจ๊กการ์ด เมอริโน่วูล ทาฟต้าซาติน ผ้าโบรเดค และชีฟอง ในโทนสีที่แลดูขรึม และเรียบง่ายของสีเทา ขาว ดำ และน้ำตาล โดยมีสีเขียวมากตจากผ้าไหมไทย เป็นสี accent color เพื่อสร้างสดใส นอกจากนี้ Senada* Theory ยังได้รังสรรค์ผ้าพิมพ์ลายแบบตะวันออก (oriental print) ที่ได้รับแรงบันดาลใจ จากสีสันและลวดลาย ของเครื่องเคลือบโบราณ และลายพิมพ์ต้นไผ่ของญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการนำ รายละเอียดแพทเทิร์น ของชุดกิโมโน เข้ามาประยุกต์ใช้กับเสื้อ แจ๊กเก๊ต และกระโปรงอีกด้วย
รู้จักผ้าไหม Mud Silk
ในจำนวนวัสดุหลากหลายที่นำเสนอ ในคอลเลคชั่นประจำฤดูกาล Autumn/Winter 07 ของ Senada* Theory มีการใช้ผ้าไหม ค่อนข้างมากเป็นพิเศษ และที่โดดเด่นเป็น Key Look ที่น่าจับตามอง คือผ้าไหม Mud Silk ซึ่งเป็นผ้าไหม ที่ผ่านการย้อมสี และสร้าง finishing ด้วยเทคนิคที่ไม่เหมือนใคร โดยนำผ้าไหมหลากชนิด เช่นผ้าไหมดิบ ผ้าไหมออร์แกนซ่า และผ้าไหมทาฟต้าซาติน ไปหมกโคลน ล้างออก แล้วตากแดดให้แห้งสนิท เป็นจำนวนหลายสิบครั้ง อย่างพิถีพิถัน ให้เกิดการผสมผสาน ของสีเดิมของผ้า กับโคลนทับซ้อนกัน หลายๆชั้น จนเกิดเป็นสีใหม่ตามที่ ดีไซเนอร์ต้องการ การทำ Mud Silk นี้เป็นกรรมวิธีย้อมผ้า แบบธรรมชาติแท้ๆ ซึ่งในหนึ่งปี จะสามารถทำขึ้นได้เพียงไม่กี่ผืน ในช่วงฤดูร้อนที่มีแสงแดด และอุณหภูมิกำลังเหมาะเท่านั้น แต่ละผืน จะให้สีและลาย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่อาจทำซ้ำขึ้นมาใหม่ได้ ผ้าที่ได้จะมีความ crisp และให้finishing ที่แลดูคล้าย หนังชามัวร์ ซึ่งนอกจากจะสวยงาม และสวมใส่สบายแล้ว ผ้าไหม Mud Silk นี้ยัง อาจถือได้ว่าเป็นวัสดุยุคใหม่ ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการใช้หนังสัตว์แท้ และกระบวนการย้อมสี ที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ อันเป็นทางเลือกใหม่ที่ น่าจับตามอง ของวงการแฟชั่นอีกด้วย
--------------------------------------------------------------
Info by ELLE - แฟชั่นคือ การเปลี่ยนแปลง หมุนไปกับกาลเวลาและยุคสมัย สร้างสีสันจรรโลงใจให้กับเรา
อีกหนึ่งแบรนด์ ที่ถือเป็นผู้บุกเบิกกรุยทาง ให้กับวงการแฟชั่นในยุคแรก มาจนถึงปัจจุบันนี้ Senada Theory ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงตัวตน และสไตล์ของแบรนด์ไทย ได้แล้วว่า ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก ด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง ตลอดจนกระบวนการ ออกแบบ และตัดเย็บด้วยช่างฝีมือปราณีต ทำให้แบรนด์ Senada Theory เป็นตัวอย่างของคำว่า มาตรฐานแบรนด์ไทยได้อย่างดีเยี่ยม และสำหรับฤดูกาลนี้ Senada Theory จะนำเสนอคอนเซ็ปต์ยุค 80s และ Paul Poiret ในแบบฉบับของ Senada Theory ให้ได้ชมกัน
By Chanita Preechawitayakul
Another fashion front line in Thailand. Senada Theory stands tall in the world fashion scene with its own style, proving that the design of Thailand is not inferior to any others. When its quality materials combined with unbeatable design and finest production skills, Senada Theory sets the standard of a world-class Thai fashion. For this Autumn/Winter collection, expect the 80's revival and Paul Poiret redefined by Senada Theory.
|